พุทธคยา มหาสังฆาราม
ปัจจุบันคือ ตลาดพุทธคยา บริเวณที่ตั้งอยู่บนเนินสูงนั้น กล่าวกันว่าเป็นซากของมหาสังฆารามมาในครั้งโบราณ ที่เคยเป็นสำนักที่อยู่อาศัยของพระภิกษุสงฆ์ ถึง ๑,๐๐๐ รูป ตามความที่หลวงจีนเล่าไว้ว่า พระสงฆ์เหล่านี้ใฝ่ใจในการศึกษา มีมารยาทงดงามตามพระวินัย ในวันหนึ่ง ๆ มีมหาชนทั่วทุกทิศมาชุมนุมเพื่อฟังคำสอนและบริจาคทานกันเป็นจำนวนมาก พระพุทธศาสนาแบบเถรวาทรุ่งเรืองบนแผ่นดินนี้ ถึงประมาณ ปี พ.ศ. ๗๐๐ ก็อ่อนกำลังลง ดังที่พระพุทธโฆษณ์เล่าไว้ ท่านเป็นศิษย์ของพระเรวตะแห่งพุทธคยา มหาสังฆาราม เดินทางไปแปลคัมภีร์พระไตรปิฏกจากภาษาสิงหล กลับมาเป็นภาษามคธ ที่เกาะลังกา
พุทธคยาอยู่ในเขตอิทธิพลของคยาเกษตรมาแต่เดิม ในคยาเกษตรมีสถานที่บูชาของพวกฮินดูที่มาถวายบิณฑ์ ๑๖ แห่ง คือ ศิวะคะยา พรหมคะยา เปรตคะยา รามคะยา ยุธิษฐิรคะยา ภีระมะคะยา และพุทธะคะยา เป็นต้น ในคะยามหาตมยาเรียกพุทธคยาเป็นโพธคยา หรือธรรมารัณย์ เมื่อพระพุทธองค์ทรงตรัสรู้ใต้ต้นโพธิ์ ที่นี้ คำว่าโพธคยา จึงเปลี่ยนมาเป็นพุทธคยา
พุทธคยาในปัจจุบัน เป็นบุญสถานและที่ท่องเที่ยวอันมีชื่อของประเทศอินเดีย แม้ว่าชุมชนจะไม่ใหญ่โต แต่พอถึงฤดูกาลไหว้พระ ประมาณตุลาคม มีนาคม จะมีนักแสวงบุญจากทั่วโลกจาริกมาที่นี่ โดยเฉพาะชาวธิเบต ภูฐาน จะลงจากภูเขามาปักหลักไหว้พระ สวดมนต์ จุดไฟบูชาเหมือนกับว่าเป็นอาณาจักรของชาวพุทธธิเบตไปชั่วระยะหนึ่ง
มหาเจดีย์พุทธคยา
พระมหาเจดีย์มหาโพธิ์ สันนิษฐานกันว่าพระเจ้าอโศกมหาราชสร้างขึ้นไว้ก่อนขนาดคงย่อมกว่านี้ แต่ด้วยแรงศรัทธาต่อพระพุทธองค์ จึงมีผู้มาต่อเติมเสริมสร้างและบูรณะปฏิสังขรกันต่อมาตามยุคสมัย เช่น ราว พ.ศ. ๖๗๔ พระเจ้าหุวิชกะ กษัตริย์แคว้นมคธ ทรงช่วยสร้างเสริมให้เป็นศิลปะต้นแบบ เป็นสถูปใหญ่ของพระพุทธศาสนาที่มีชื่อเสียงแผ่ไปไกล หลวงจีนถังซัมจั๋ง เรียกว่า มหาโพธิ์วิหาร อันเป็นผลิตผลทางสถาปัตยกรรมของอินเดีย มหาวิหารหลังนี้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของต้นโพธิ์ในปัจจุบัน
บริเวณมหาโพธิ์วิหารได้กลายเป็นที่สำคัญที่สุด เนื่องจากพระพุทธองค์ทรงตรัสรู้ใต้ต้นโพธิ์นี้ ประกอบกับที่นี้เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่คนโบราณนับถืออยู่แล้ว เท่ากับว่าบริเวณนี้เป็นแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในโลก
มหาชนทั้งหลายกล่าวกันว่า ที่ต้นโพธิ์ตรัสรู้แห่งนี้ เป็นสะดือของโลก หรือ ปัถวินาภิมณฑล เพราะเป็นที่ซึ่งพระพุทธเจ้าทุกพระองค์มาทรงตรัสรู้ที่นี้ทั้งนั้น และไม่มีสถานที่อื่นจะสามารถรองรับน้ำหนักของการตรัสรู้ได้ โพธิรุกขะ คือ ต้นโพธิ์นี้ย่อมถือว่าเป็นเสมือนขวัญใจของชาวพุทธทั่วโลก
เมื่อพุทธศตวรรษที่ ๑๓ หลวงจีนท่านได้บันทึกไว้ว่า ทางตะวันออกของต้นโพธิ์นั้น มีวิหารสูงประมาณ ๑๖๐ - ๑๗๐ ฟุต กำแพงเบื้องล่างของวิหารด้านนอก สูงประมาณ ๒๙ หรือกว่านั้น ตัวอาคารทำด้วยกระเบื้อง (อิฐ) สีฟ้า ทาทับด้วยปูนขาว ทุกห้องในชั้นต่าง ๆ บรรจุรูปที่ทำด้วยทองคำมากมาย ตัวตึกทั้ง ๔ ด้าน ประดับประดาด้วยลวดลายอันมหัศจรรย์ รูปไข่มุกที่ร้อยเป็นสายประดับไว้ที่หนึ่ง
หลวงจีนยังได้บันทึกไว้อีกว่า ตัวอาคารล้อมรอบด้วยทองแดงชุบ ประตูและหน้าต่างตกแต่งด้วยลวดลายอันวิจิตร ประดับด้วยทอง เงิน มุก และรัตนะต่าง ๆ ด้าน ขวาซ้ายประตูนอกเป็นซอกคล้าย ๆ ห้อง ด้านซ้ายมีรูปพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ ด้านขวาเป็นรูปพระไมเตรยโพธิสัตว์ รูปเหล่านี้ทำด้วยเงินขาว สูง ๖๐ ฟุต คันนิ่งแฮม ถือว่า วิหารหลังปัจจุบัน แม้จะได้รับการซ่อมแซมและเปลี่ยนแปลงไปบ้างแล้ว ก็คือวิหารหลังเดียวกันกับที่นักจาริกแสวงบุญชาวจีนท่านนั้นได้พรรณนาไว้
พระเจดีย์มหาโพธิ์ประดิษฐานอยู่ทางทิศตะวันออกของต้นพระศรีมหาโพธิ์ โดยมีแท่นวัชรอาสน์อยู่ตรงกลาง สูงตามรูปทรงกรวย ประมาณ ๑๗๐ ฟุต วัดรอบฐานได้ประมาณ ๘๕ เมตรเศษ ตั้งอยู่บนอาคารรองรับ ๒ ชั้น มีเจดีย์บริวารทั้ง ๔ ด้าน รอบบริเวณ มีเสาหินทรายที่สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอโศก มีรั้วล้อมไว้อย่างแข็งแรง ปรากฏร่องรอยการบูรณะสืบต่อกันมาหลายยุคโดยเฉพาะสมัยพระสุเมธาธิบดี (ทตฺตสุทฺธิ) ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา ได้นำศรัทธาของพุทธบริษัทชาวไทย บูรณะเสาหินล้อมรอบพระเจดีย์ และห้องปฏิบัติสมาธิชั้นบนของพระเจดีย์ โดยมีพระราชโพธิวิเทศ (ทองยอด ภูริปาโล) เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน พ.ศ. ๒๕๔๔ เป็นแม่กองงาน พร้อมทั้งติดโคมไฟที่สาดแสงส่องได้สูงถึงยอด |